ข้อผิดพลาดในการเขียนใบสมัครงาน
เป็นที่น่าเสียดายว่า ในปัจจุบันผู้สมัครงาน
จำนวนมากยังไม่ให้ความสำคัญในการเขียนใบสมัคร
หรือไม่ปฏิบัติตามข้อแนะนำที่กำหนดไว้ในใบสมัคร
ทำให้พลาดโอกาสสูญเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการสมัครงานไปโดยเปล่าประโยชน์
จึงขอกล่าวถึงข้อผิดพลาดในการกรอกใบสมัครงานที่ทำให้ผู้สมัครต้องพลาดโอกาส
ที่จะได้รับการพิจารณาเข้าสัมภาษณ์หรือรับเข้าทำงาน ดังนี้
1. ลายมือของผู้สมัครงาน
ลายมือของผู้สมัครงานสามารถบ่งบอกถึงหลายสิ่งหลายอย่างที่เกี่ยวกับผู้สมัคร
งาน เช่น ความรักสวยรักงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ฯลฯ
ซึ่งในข้อนี้บริษัทมิได้พิจารณาว่าลายมือของผู้สมัครงานสวยหรือไม่
แต่จะพิจารณาว่าลายมือของผู้สมัครงานนั้นคนทั่วไปสามารถอ่านออกหรือไม่
ข้อแนะนำสำหรับเรื่องลายมือในการกรอกใบสมัครก็คือ ลายมือไม่จำเป็นต้องสวย
หรือ ตัวบรรจง แต่ ขอให้เขียนให้อ่านง่าย ๆ
เป็นระเบียบเว้นวรรคตอนให้ถูกต้องก็ใช้ได้
และที่สำคัญอย่าใช้เวลาในการกรอกใบสมัครนานเกินไป
2. การกรอกข้อมูล ข้อผิดพลาดส่วนใหญ่ เกิดจาก
- การกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่ใบสมัครกำหนด
- การกรอกข้อมูลผิดพลาดจากจุดประสงค์ที่ใบสมัครต้องการทราบ
- การกรอกข้อมูลหรือเขียนข้อความผิด ๆ หรือมีการแก้ไขมาก
- กรณีการกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วนนั้น
โดยทั่วไปใบสมัครของบริษัทเกือบทุกแห่งมักมีข้อความที่ว่า"โปรดกรอกข้อความ
ให้ครบถ้วน" แต่ในบางครั้งผู้สมัครงานนั้นไม่มีข้อมูลที่จะให้ในข้อนั้น ๆ
เช่นข้อมูลเกี่ยวกับสถานะทางทหาร
ผู้สมัครงานที่เป็นสตรีก็คงไม่มีข้อมูลนี้ให้กรอก หรือสถานะทางครอบครัว
เกี่ยวกับคู่สมรสซึ่งบางคนยังโสด เป็นต้น
วิธีการแก้ไขข้อผิดพลาดข้อนี้ก็คือข้อความใดในใบสมัครที่ผู้สมัครงานไม่มี
ข้อมูลจะให้ก็ควรเขียนเครื่องหมาย (-) ไว้ในช่องว่างนั้น
เพื่อเป็นข้อบ่งชี้ให้เห็นว่าไม่ได้ ลืมเติม แต่ไม่มีข้อมูล
ลักษณะนี้ก็เป็นการสื่อให้เห็นว่าผู้สมัครไม่ใช่คนประมาทเลินล่อและไม่มี
เจตนาที่จะปกปิดข้อมูล
- ขอย้ำว่าการกรอกข้อมูลในใบสมัครงานไม่ครบถ้วนนั้น
นอกจากผู้คัดเลือกจะเกิดทัศนคติที่ไม่ดีกับผู้สมัครแล้ว
ยังทำให้ผู้สมัครงานพลาดโอกาสอีกด้วย เช่นข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการศึกษา
ผู้สมัครมักกรอกข้อมูลเฉพาะการศึกษาในช่วงก่อนการเข้าทำงานเท่านั้น
แต่หารู้ไม่ว่าข้อมูลของการศึกษาใน
เบื้องต้นก็มีส่วนทำให้ผู้สมัครงานมีโอกาสได้งานทำมากขึ้น เช่น
บังเอิญจบจากสถานศึกษาที่ผู้สัมภาษณ์หรือผู้คัดเลือกเคยศึกษามาก่อนก็จะทำ
ให้รู้สึกว่าผู้สมัครงานรายนี้เป็นพรรคพวกหรือเกิดทัศนคติที่ดี ทั้ง ๆ
ที่ยังไม่เห็นผู้สมัครงานเลยก็ได้
แต่ถ้าผู้สมัครงานกรอกข้อมูลตกหล่นในส่วนที่เป็นสาระ สำคัญแล้ว
โอกาสที่จะได้รับการพิจารณาก็แทบจะหมดไปเลย
- กรณีการกรอกข้อมูลผิดพลาดจากวัตถุประสงค์ของใบสมัคร
การผิดพลาดเช่นนี้เป็นการผิดพลาดที่ทำให้เกิดการสื่อสารผิดเพี้ยนจาก
เจตนารมณ์ของผู้ต้องการข้อมูลและผู้ให้ข้อมูล บางครั้งก็
มองดูเป็นเรื่องตลกไป
แต่บางครั้งก็ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้สมัครงานได้
- ตัวอย่างเช่น
ในใบสมัครมีข้อความให้กรอกเกี่ยวกับสถานที่เกิดของผู้สมัครงาน โดยเขียนว่า
สถานที่เกิด…ผู้สมัครก็กรอกข้อมูลว่า"ที่บ้าน"หรือ"โรงพยาบาล"
ซึ่งถ้าดูโดยผิวเผินก็น่าจะไม่มีอะไร ผิดพลาด แต่แท้ที่จริงแล้ว
บริษัทนั้นต้องการทราบว่า"เกิดที่จังหวัดอะไร" ครั้นผู้พิจารณาคัดเลือกเขา
เห็นผู้สมัครกรอกข้อความว่า"ที่บ้าน" หรือ"โรงพยาบาล"
ก็เลยทำให้คิดไปว่าอีกหน่อยก็คงมีคนกรอก ข้อความว่า"บนทางด่วน"
"บนรถแท็กซี่" หรือ"บนเครื่องบิน" เพราะมารดาของผู้สมัครงานเดินทาง
ไปโรงพยาบาลไม่ทัน
บริษัทอาจมองว่าผู้สมัครงานนั้นไม่มีสามัญสำนึกและยิ่งผู้สมัครงานนั้นมีการ
ศึกษาถึงระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโทแล้ว
แต่ยังกรอกใบสมัครเช่นนั้นจะให้ผู้คัดเลือกหรือผู้สัมภาษณ์พิจารณาผู้สมัคร
งานนั้นเป็นเช่นใด เพราะข้อมูลเหล่านั้นไม่ได้เอื้อประโยชน์อะไรเลย
- ตัวอย่างอีกแบบหนึ่งคือ
การกรอกข้อมูลความรู้ความสามารถพิเศษผู้สมัครงานบางคนก็กรอก เล่นดนตรีไทย
เป็นนักกีฬาฟุตบอล ขับรถยนต์ได้ เป็นต้น
การกรอกข้อมูลในลักษณะนี้ก็คงไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อการทำงานเท่าใดนัก
แต่ก็ไม่เกิดผลเสียหายต่อการพิจารณาของผู้คัดเลือกผู้สมัครงาน เช่นกัน
ตัวอย่างเช่น ใบสมัครงานของผู้สมัครงานรายหนึ่งซึ่งจบนิติศาสตร์
เขากรอกข้อความในส่วนของความรู้ความสามารถพิเศษว่า พิมพ์ดีดได้
ใช้เครื่องโทรสารได้ การกรอกข้อมูล ลักษณะนี้แม้ว่าจะเป็นความจริง
แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นความสามารถพิเศษที่จะนำมาอวดอ้างได้
ไม่สมกับภูมิความรู้ของผู้ที่ได้รับการศึกษามาขนาดนี้
เพราะการใช้เครื่องโทรสารนี้เด็กจบประถมศึกษาปีที่ 6
หากนายจ้างฝึกวิธีใช้เพียง 3 ครั้ง เขาก็ทำได้คล่องแคล่วแล้ว
หากผู้สมัครงานที่มีคุณวุฒิการศึกษาสูง
แต่เขียนความรู้ความสามารถพิเศษเช่นนี้ก็อาจถูกมองว่าเป็นคนที่ไม่สามารถแยก
แยะว่าอะไรเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม หรือมีมาตรฐานในการทำงานที่ต่ำ
ในทางตรงกันข้าม ถ้าผู้สมัครงานจบการศึกษาที่ต่ำ
แต่สามารถใช้อุปกรณ์สำนักงานได้ถือว่ามีความสามารถพิเศษได้
-แนวทางแก้ไขในเรื่องนี้ก็คือการกรอกข้อมูลในหัวข้อใดที่ผู้สมัคร
งานอ่านแล้วไม่เข้าใจหรือไม่แน่ใจว่าต้องการให้กรอกข้อความว่าอย่างไร
ขอให้ผู้สมัครงานสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ในการรับสมัคร
ขอให้พิจารณากรอกเฉพาะข้อมูลที่เห็นว่าสมกับภูมิความรู้
จะทำให้ดูเป็นผู้มีความฉลาดและ ไหวพริบ
- การเขียนข้อความผิด ๆ กรณีนี้มองเป็นเรื่องเล็กๆ น้อย ๆ
แต่ก็อาจก่อให้เกิดผลเสียที่ร้ายแรง
และแสดงให้เห็นว่าผู้สมัครงานนั้นเป็นผู้ที่ขาดความละเอียดรอบคอบและยิ่งมี
ข้อผิดพลาดที่ไม่ได้รับการแก้ไขก่อนส่งใบสมัครด้วยแล้ว
ใบสมัครงานนั้นก็จะถูกคัดออกไปทันทีเพราะในทรรศนะของผู้คัดเลือกบุคคลเข้าทำ
งานจะถือว่าใบสมัครงานคือตัวแทนของผู้สมัครงาน
ถ้าผู้สมัครงานไม่สนใจและไม่เอาใจใส่ในการกรอกข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วนแล้ว
ก็เป็นเรื่องของผู้สมัครงานที่จะต้องรับผิดชอบเอง
และคงไม่มีบริษัทใดให้โอกาสแก่ผู้สมัครงานได้กลับไปเขียนใบสมัครงานใหม่
เพราะบริษัทคงไม่ต้องการรับคนทำงานที่ทำงานบกพร่อง
ผิดพลาดจนต้องแก้ไขบ่อยๆ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการทำงานของ
เพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชา
- วิธีป้องกันสำหรับข้อนี้ก็คือ ต้องหัดเขียนหนังสือให้ชัดเจน
และอ่านข้อความให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนจึงค่อยคิดและกรอกใบสมัครงาน
ถ้าไม่แน่ใจให้ใช้ดินสอร่างก่อนและทบทวนอีกครั้งก่อนจะ เขียนด้วยปากกา
การทำเช่นนี้จะช่วยให้สามารถลดข้อผิดพลาดลงได้บ้าง
ที่มา :
http://www.doe.go.th
ข้อระวังในการกรอกสมัครงาน
บันไดขั้นแรก ๆ ที่จะนำไปสู่การมีงานทำก็คือใบสมัครงานนี่แหละ
ถ้ารู้จักวิธีที่ถูกต้องในการกรอกใบสมัครงาน
รวมทั้งให้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์มากที่สุด
จะทำให้มีโอกาสมากในการผ่านการคัดเลือกในรอบแรก ได้เข้าไปสู่รอบต่อไป
จนกระทั่งได้งานทำ มีใบสมัครจำนวนไม่น้อยที่ถูกคัดออก
เพราะไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณา
ถ้าการไม่ผ่านเกณฑ์นี้เป็นเพราะขาดคุณสมบัติเหมาะสมก็เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ
แต่ถ้าถูกคัดออกทั้ง ๆ ที่มีคุณสมบัติเหมะสม
แต่การกรอกใบสมัครไม่ได้ให้รายละเอียดอย่างชัดเจนครบถ้วน
หรือเป็นเพราะลายมืออ่านยากจนกระทั่งผู้ที่พิจารณาใบสมัครไม่เข้าใจ
หรือแปลความผิด อย่างนี้น่าเสียดายมาก
เพื่อไม่ให้พลาดการพิจารณา การกรอกใบสมัครงานจึงต้องให้ความสำคัญ และระมัดระวังในเรื่องต่อไปนี้
ลายมือ
ถ้าเป็นการสมัครงานทางจดหมายคงหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้เพราะใช้พิมพ์ดีดหรือ
คอมพิวเตอร์แทนลายมือได้ แต่สำหรับการกรอกใบสมัครงานด้วยลายมือ
ไม่มีโอกาสเลี่ยงได้
ยกเว้นในบริษัทบางแห่งที่ให้กรอกใบสมัครโดยการป้อนข้อมูลในคอมพิวเตอร์
ข้อที่ต้องระวังในเรื่องลายมือ คือ
- ต้องเขียนให้อ่านง่าย บางคนลายมือสวยแต่อ่านยาก เช่น
เขียนตัวหนังสือเล่นหาง ดูผิวเผินรู้สึกว่าสวยแต่เมื่อตั้งใจอ่าน
บางคำจะอ่านไม่ออก บางคนลายมือไม่สวยแต่อ่านได้ง่าย
อย่างนี้ดีกว่าในการกรอกใบสมัคร
- ตั้งใจเขียน
คนที่ตั้งใจเขียนใบสมัครแสดงถึงความจริงจังในการมาสมัครงาน
และแสดงว่าเป็นคนปราณีต
มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการทำงาน
- เวลากรอกใบสมัคร ไม่ต้องรีบจนเกินไป
เนื่องจากการรีบเร่งทำให้เขียนผิด
ต้องมีการขูดฆ่าขีดลบจึงทำให้ใบสมัครไม่เรียบร้อย
ดูเป็นการไม่ตั้งใจในการสมัครงาน
ความละเอียดรอบคอบ
การให้ข้อมูลที่ผิดพลาดในใบสมัครทำให้เสียโอกาสที่จะได้ทำงาน จึงต้องระมัดระวังทำความเข้าใจ
คำสั่งก่อน โดยทั่วไปเมื่อได้แบบฟอร์มมามักจะกรอกข้อมูลไปทันที
ตั้งแต่ช่องแรกของหน้าแรก โดยไม่ได้ดูแบบฟอร์มนั้น ให้หมดเสียก่อน
ใบสมัครบางแห่ง มีข้อความระบุไว้ในตอนต้นใบสมัครว่า
หากใช้ภาษาอังกฤษได้ขอให้เขียน ด้วยภาษาอังกฤษแทน
ก็มักพบเสมอว่ามีเขียนด้วยภาษาไทยไปก่อน
เมื่ออ่านเจอคำสั่งจึงขีดฆ่าภาษาไทยและเขียนภาษาอังกฤษแทน
ในช่องประวัติการศึกษา หรือประวัติการทำงาน
ก็เป็นอีกตอนหนึ่งซึ่งผู้สมัครที่ขาดความละเอียดในการทำความเข้าใจคำสั่งจะ
ทำผิดเสมอ บางบริษัทกำหนดว่าให้เริ่มจากหลังสุดก่อน
ถ้าเป็นการศึกษาก็คือเริ่มจากสถานศึกษาล่าสุดก่อน
แล้วย้อนขึ้นไปตามลำดับจนกระทั่งถึงแห่งแรก บางบริษัทกำหนด
ให้เริ่มจากแห่งแรกมาจนถึงปัจจุบันหรือล่าสุด
เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จแล้วขอให้ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง
แม้ว่าจะมีความผิดพลาดในการกรอกใบสมัคร แต่ถ้าตรวจดี ๆ
ก็จะพบและแก้ไขได้ก่อนที่จะส่งใบสมัคร
พยายามให้ข้อมูลให้มากที่สุด
การสัมภาษณ์
เป็นโอกาสดีที่จะแสดงความสามารถหรือให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการพิจารณา
ความเหมาะสมของผู้สมัคร แต่ก่อนที่จะมีการสัมภาษณ์ ใบสมัครจะเป็นด่านแรก
หากให้ข้อมูลที่ไม่เพียงพอหรือไม่เสนอข้อมูลที่น่าสนใจ
ด่านแรกก็คงจะผ่านไปไม่ได้ บางคนไม่ค่อยชอบเขียน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่จบในด้านวิทยาศาสตร์ทั้งหลาย
ดังนั้นใบสมัครจึงค่อนข้างว่าง
ส่วนของช่องการศึกษาที่ให้กรอกข้อมูลว่าจบการศึกษา วุฒิอะไร
และจบจากสถาบันไหน มีคนหนึ่งเขียนเพียงว่า ตรี สั้น ๆ
เพียงคำเดียวเท่านี้และไม่บอกชื่อสถาบันที่จบมา
ด้วย
ผู้สมัครบางคน แม้ว่ามีคุณสมบัติบางข้อไม่ตรงตามกำหนดไว้
แต่ด้วยการจัดทำเอกสารประกอบ สมัคร อย่างดี มีข้อมูลที่น่าสนใจ
และมีความตั้งใจทำอย่างพิถีพิถัน ก็ทำให้ได้รับการพิจารณาเรียกมาสัมภาษณ์
ส่วนบางคนค่อนข้างแน่ใจว่ามีข้อดีจุดเด่นมากกว่าเพื่อน ๆ ร่วมรุ่น
แต่กลับไม่ได้รับโอกาสเรียกไปสัมภาษณ์ หรือทดสอบ
สาเหตุอาจจะมาจากข้อผิดพลาดในการกรอกใบสมัครก็เป็นได้
ข้อควรระวังต่อไปนี้ นอกจากพยายามหลีกเลี่ยงแล้ว ถ้าใช้ก็จะเป็นการสร้างโอกาสให้กับตัวเองอีกด้วย
บุคลิกภาพในวันสมัคร
ความสำคัญของใบสมัครมิใช่อยู่ที่ข้อมูล
เอกสารในใบสมัครงานเท่านั้น
หากแต่ยังรวมถึงสิ่งที่ผู้สมัครทำในวันที่มากรอกใบสมัครด้วยดังนี้
การเอาใจใส่ในความสะอาดเรียบร้อยของตนเอง
เป็นข้อที่ได้เปรียบในการสร้าง ความรู้สึกที่ดีของผู้พบเห็น
- การแต่งกาย
แม้จะเป็นแค่การสมัคร แต่การแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย
เหมาะสมกับกาลเทศะ ก็เป็นสิ่งสำคัญด้วย
เนื่องจากการแต่งกายที่เสริมบุคลิกให้ดูดี และสอดคล้องกับงานที่จะทำ
จะเป็นจุดเด่นที่เพิ่มโอกาสในการได้งานทำ
- อากัปกิริยา
การแสดงออกของผู้สมัครตั้งแต่ปรากฏตัวจนยื่นใบสมัคร
จะอยู่ในสายตาของเจ้าหน้าที่บุคคลโดยตลอดการแสดงความไม่สุภาพต่อเจ้าหน้าที่
บุคคล ทั้งด้วยคำพูดและกิริยาท่าทาง
แม้ว่าผู้ที่รับสมัครจะไม่ได้เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกก็ตาม
แต่ถ้าใบสมัครหายโดยเจตนา ก็หมดโอกาสเช่นกัน
- การพูดจา
เรื่องการพูดนี้พิจารณาได้ทั้งประเด็น ความถูกต้องชัดเจนในการพูด และการพูดจาที่สุภาพไพเราะ
ความพร้อม
คือพร้อมในสิ่งที่จำเป็นต้องใช้และสิ่งที่ต้องรู้
ผู้สมัครบางคนเอกสารหลักฐานไม่ครบ
บางคนอุปกรณ์เครื่องเขียนที่จำเป็นก็ไม่ได้เตรียมมาจึงต้องรบกวนขอยืมจากผู้
รับสมัคร บางคนขอยืมแล้วลืมหรือตั้งใจนำไปเป็นของที่ระลึกก็ไม่รู้
แต่ที่แน่ ๆ ทำความเดือดร้อนให้กับผู้รับสมัคร
นอกจากต้องมีอย่างครบถ้วนแล้ว เอกสารก็ต้องอยู่ในสภาพที่ชัดเจนด้วย
ในกรณีทีถ่ายสำเนามา
รูปถ่าย
รูปถ่ายที่ชัดเจนและดูดีจึงเพิ่มโอกาสให้กับผู้สมัคร การเลือกรูปถ่ายที่จะเกิดผลดีในการสมัครงาน โดยพิจารณาดังนี้
- พิถีพิถันในการเลือกร้านถ่ายรูป
- ไม่ใช้รูปถ่ายขนาดเล็กเกินไป โดยทั่วไปคือรูปถ่าย ขนาด 2 นิ้ว
- ไม่ใช้รูปที่ถ่ายไว้นานมาก
- จัดทรงผม เครื่องแต่งกาย ให้รูปดูดี
การใช้ภาษา
-
ภาษาที่ดีในใบสมัคร คือ ภาษาที่สุภาพ
และเป็นทางการถูกต้องตามแบบแผน
- มีผู้สมัครบางคนใช้ถ้อยคำภาษาในลักษณะเขียนเล่นซึ่งไม่เหมาะสม
นอกจากความสุภาพแล้ว การใช้ตัวย่อ
- ก็ต้องระมัดระวังไม่ใช้ตัวย่อที่เป็นการเฉพาะ ซึ่งคนทั่วไปไม่รู้จัก
มีคนเล่าให้ฟังว่า มีผู้สมัครเขียนอย่างย่อในช่องสถาบันการศึกษาว่า ม.อ.
- เขาบอกว่าพยายามนึกชื่อ
มหาวิทยาลัยทุกแห่ง นึกอย่างไรก็นึกไม่ออกว่าเป็นที่ไหน
- สอบถามหลายคนจึงได้รู้ว่าเป็นตัวย่อของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
การใช้ภาษาอย่างถูกต้องเหมาะสม
- เป็นการแสดงถึงความรู้และความสามารถในทางภาษาด้วย
ขายตัวเองให้เป็น
การขายตัวเองให้เป็นคือ
รู้จักแสดงความสามารถหรือจุดเด่นให้เป็นที่สนใจของผู้อื่น
มีการกรอกข้อความในช่องกิจกรรม
ถ้ากรอกข้อความแต่เพียงว่าเข้าร่วมกิจกรรมในชมรมใดชมรมหนึ่ง
กับการระบุตำแหน่งในชมรม เช่น เป็นประธานหรือเลขา เป็นต้น
การระบุตำแหน่งจะมีความน่าสนใจมากกว่า
ใบสมัครหลายแห่งจะมีที่ว่างในตอนท้ายก่อนถึงช่องให้เซ็นชื่อ
ไว้สำหรับให้ผู้สมัครเขียนสิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาปรากฏว่า
ผู้สมัครจำนวนมากเว้นที่ว่างนี้ไว้
โดยอาจจะตั้งใจให้ผู้พิจารณาได้พักสายตาก็เป็นได้ ซึ่งนับว่าน่าเสียดาย
เพราะหากจะหาโอกาสขายตัวเองให้ได้ ในช่วงท้ายนี้จะมีประโยชน์ไม่น้อย
ความตั้งใจในการกรอกใบสมัคร และรู้จักทำให้ใบสมัครมีความน่าสนใจ
เป็นการสร้างโอกาสที่เหนือกว่าคนอื่น
จึงไม่ควรมองข้ามความสำคัญของใบสมัครงาน
กรอกใบสมัครงานอย่างดีเพื่อที่จะไม่ต้องกรอกใบสมัครงานหลายครั้ง
ที่มา : http://www.saf.mut.ac.th/Pages/work/sara.6.htm