This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

Friday, April 26, 2013

เทคนิคการเตรียมตัวสอบสัมภาษณ์ ให้ได้งานทำ



บทความนี้เป็นแนว ทางสำหรับผู้ที่ได้รับการเรียกตัวให้เข้าสอบสัมภาษณ์  ซึ่งอาจจะเป็นผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียน หรือได้รับการ คัดเลือก จากจดหมายสมัครงาน เพื่อทดสอบความรู้ ความสามารถ บุคลิกภาพ ทักษะไหวพริบ ซึ่งผู้ประกอบการจะต้อง พิจารณาผู้ที่มีความ เหมาะสมที่สุด  ดังนั้นผู้ที่เข้าสอบสัมภาษณ์ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ซึ่งบทความนี้อาจเป็นแนวทางเพื่อพิชิตสิ่งที่หวังไว้
          -   เตรียมตัวให้พร้อมที่สุด    รักษาสุขภาพ ระมัดระวังเรื่องการกิน การพักผ่อน หลายคนพลาดท่าเรื่องการกินมาแล้ว เช่น ท้องเสีย  เป็นไข้  ซึ่งอาจเกิดจากความวิตกกังวล ความเครียด ฯลฯ บางคนเพื่อนฝูงมาร่วมแสดงความยินดีล่วงหน้า ฉลองล่วงหน้าหามรุ่งหามค่ำ พับเพียบไปก็เยอะนะ จะหาว่าไม่บอก   ลดความวิตกกังวล  ทบทวนความรู้  ปรึกษาผู้ที่มีประสบการณ์  เตรียมตัวเตรียมใจให้ดี
         -  แต่งกายอย่างไรดี     อันนี้สำคัญเพราะเขาจะมองคุณด้วยความละเอียดมันหมายถึงบุคลิกภาพ  และบ่งบอกว่า คุณ เป็น คนลักษณะอย่างไร      ถ้าแต่งกายดีสุด สุด ด้วยเสื้อผ้าราคาแพง  เขาอาจมองว่าคุณเป็นคนรสนิยมสูงฟุ่มเฟือย (แล้วแต่ลักษณะงานนะ ถ้าคุณไปสมัครเป็นนักร้องวัยรุ่น  ดารา หรือนายแบบหรือผู้บริหารก็เป็นอีกอย่าง )  ควรแต่งกายสุภาพสมฐานะ ใส่เสื้อเชิ๊ต กางเกงสุภาพ อย่าใส่ยีนส์นะขอร้อง   เขาจะหาว่าไม่รู้กาละเทศะ  ไม่รุ่มร่าม หรือคับเกินไป   ห้ามใส่รองเท้าแตะ เด็ดขาด   ควรใส่รองเท้าหนังสีสุภาพ      ไม่มีลวดลาย  พูดง่าย ๆ แต่งตัวให้สุภาพดูดีเท่านั้นพอ
        - ควรเตรียมอะไรไปบ้าง    ก่อนเดินทางไปสัมภาษณ์ควรติดต่อสอบถาม และดูรายละเอียดให้ชัดเจน  ว่าต้องเตรียมอะไรไปบ้างปกติจะเตรียมหลักฐานต่าง ๆ ที่สำคัญ ซึ่งเขาอาจจะขอเพิ่มเติม  ตัวอย่างผลงาน เช่น ภาพวาด ภาพถ่าย  หรืออื่น ๆ ตามลักษณะของตำแหน่งงาน  และที่จะเป็นประโยชน์สำหรับคุณมากที่สุด แต่อย่าพะรุงพะรัง  จะทำให้เสียบุคลิกภาพเปล่า ๆ
        - ควรเดินทางไปถึงที่สัมภาษณ์เมื่อใด     ก่อนอื่นคุณต้องมั่นใจว่าจะไปถึงที่สอบใช้เวลาเท่าใด โดยเฉพาะคนที่อยู่ต่างจังหวัด แล้วเดินทางเข้าไปสอบในกรุงเทพ พลาดมาเยอะเหมือนกัน  ต้องหาข้อมูลให้ชัดเจน  และต้องแน่ใจว่าเขานัดสัมภาษณ์ที่ใด  ถ้าไม่แน่ใจให้เดินทาง ไปดูล่วงหน้าก่อน   แต่ที่ดีที่สุดควรเดินทางไปถึงที่สัมภาษณ์ล่วงหน้าประมาณสัก 15 นาที  จะทำให้เรามีสมาธิ และมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น   แต่ถ้าไปถึงล่วงหน้าเป็นชั่วโมง ก็ดีแต่อาจจะทำให้คุณรอนานอาจเกิดความหงุดหงิด เสียสมาธิได้ และควรไปคนเดียว  ถ้าไม่จำเป็นอย่าพาผู้อื่นไปด้วยเพราะจะทำให้เราพะวง เขาอาจจะมองว่าคุณยังไม่เป็นผู้ใหญ่พอ
        - ทำอย่างไรดีขณะนั่งรอสัมภาษณ์   ระหว่างนั่งรอสัมภาษณ์   จงใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ที่สุด พยายาม หาข้อมูลเกี่ยวกับ หน่วยงาน ท ี่  คุณสัมภาษณ์ให้มากที่สุด เช่น  เอกสาร แผ่นพับ ตัวอย่างผลงาน  หรือสอบถามจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติมที่จะเป็นประโยชน์สำหรับคุณให้มากที่สุด    พยายามแสดงความเป็นมิตรที่ดีด้วยรอยยิ้ม  กับผู้อื่นรวมทั้งผู้เข้าสอบด้วยกันเพื่อสร้างความประทับใจ อย่าใช้สายตาว่าเขาคือศตรูหรือคู่แข่งซึ่งมันจะไม่เป็นผลดีสำหรับคุณเลย
        - เมื่อถูกเรียกตัวเข้าสัมภาษณ์     ก่อนเข้าห้องสัมภาษณ์ลองหายใจลึก ๆ แต่อย่ามากอาจหน้ามืดก่อน  ถ้ามีประตูควร เคาะ ประตู เสียก่อน  ตามมารยาท  ยกมือวันทาด้วยท่าทางสุภาพ  ควรไหว้ประธานหรือผู้ที่มีตำแหน่งสูงสุดเพียงผู้เดียวถ้านั่งอยู่หลายคน  โดยทั่วไปมัก นั่ง ตรงกลาง เรื่องนี้ ใช้ไหวพริบเองก็แล้วกัน     อย่าเพิ่งนั่งจนกว่าจะได้รับอนุญาต หรือ คำเชิญจากผู้สัมภาษณ์   กล่าวขอบคุณครับแล้วนั่งให้หัวใจเต้น  เบาลง  จงมีสายตาท่าทางที่เป็นมิตร  ห้ามหยิ่ง   อันนี้แน่อยู่แล้วโดยธรรมชาติ 
      - เมื่อได้ฟังคำถามคำแรก    จงตอบคำถามด้วยความมั่นใจ ฉะฉาน  ยกเว้นคุณไปสมัครเป็นนางเอกหนังเรื่องนางอาย   พูดให้เป็นธรรมชาติด้วยเสียงที่พอเหมาะอย่าค่อย หรือดังเกินไป  จงพูดเท่าที่จำเป็นอย่าคุยโม้โอ้อวด  หรือถ่อมตนมากเกินไป  จงพูดในสิ่งที่เป็นความจริงและสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคำถามและเป็นประโยชน์ สำหรับคุณให้มากที่สุด  
      - ถ้าไม่เข้าใจคำถาม ?   อย่าเดาคำถามอย่างเด็ดขาดควรกล่าวคำขอโทษและขอทบทวนคำถามอีกครั้งให้แน่ใจ แต่อย่าไม่เข้าใจบ่อยมาก ไม่ดี    ถ้าคุณเข้าใจคำถามผิด  แล้วเขาทักมากรุณากล่าวคำขอโทษแล้วตอบใหม่อย่ายืนยันคำพูดเดิม หรือย่าเถียงเด็ดขาด อาจทำให้การสัมภาษณ์ยุติลง 
     - ถ้าพบกับคำถามที่ตอบไม่ได้    จงอย่าอ้างว่าไม่ได้เรียนมา  และอย่าแสดงกริยาหงุดหงิดอารมณ์เสีย    เขาอาจจะอยากลองดูไหวพริบการแก้ปัญหาของคุณ  อันนี้อย่าตอบมั่วเด็ดขาด ยอมรับซะว่าไม่ทราบจริง ๆ และจะไปสืบค้นหาคำตอบภายหลัง ซึ่งแสดงว่าคุณเป็นผู้ใฝ่รู้ (ต้องทำจริง ๆ นะ) อย่าขอเปลี่ยนคำถามหรือขอผู้ช่วยเพราะไม่ใช่เกมโชว์
     - คำถามที่ลำบากใจ      นอกจากคำถามที่ตอบไม่ได้แล้ว  ยังอาจเจอคำถามที่ลำบากใจ ทำใจเย็น ๆ ไว้  เช่น  คุณต้องการเงินเดือนเท่าไหร่ อันนี้อาจพบแน่  ถ้าตอบมากไปกลัวเขาไม่จ้าง  ถ้าตอบน้อยไปกลัวเขาให้แค่นั้น แต่โดยปกติเขาจะมีเกณฑ์อยู่แล้ว  เพียงแต่อยากดูความคาดหวังของเรา  จงหาข้อมูลก่อนว่าที่นี่เขาจ้างอย่างไร ตำแหน่งคุณเริ่มต้นได้เท่าไหร่ แต่ถ้าไม่ทราบจริง ๆ ก็ยึดถือการจ้างตามอัตราเงินเดือนที่ กพ. กำหนด  แต่อาจจะต้องคำนึงถึงความยากง่ายของงานด้วย  จงใช้ไหวพริบของคุณตอบให้ดีที่สุด  อย่าพูดในสิ่งที่ทำไม่ได้ และไม่มั่นใจอาจจะสร้างปัญหาได้ในภายหลัง
      - การใช้วาจา   ในระหว่างสัมภาษณ์ ควรใช้คำพูดที่ฉะฉานไม่ก้าวร้าว    อย่าพูดคำพูดที่ไม่แน่ใจบ่อย ๆ หรือ ภาษาที่เป็นกระแสนิยม เช่น ใช่มั้งคะ !  แบบว่า!    ว้าวดีจังเลย!  จ๊าบจริงครับ!  เจ๋งเลยครับ!   ระวังดี ๆ นะโดยเฉพาะคนที่พูดบ่อย ๆ จนเป็นนิสัยอาจจะหลุดออกมาได้  มือขอให้อยู่เป็นสุขอย่าคุ้ยแคะแกะเกา  ระวังให้ดีให้มันอยู่ในที่ที่ควรอยู่ จงใช้เท่าที่จำเป็น  ถ้าเป็นการเปลี่ยนงานอย่านินทาว่าร้ายที่ทำงานเดิมของคุณเป็นอันขาด จงชี้แจงสิ่งที่เป็นเหตุผลในการเปลี่ยนงานตามความเป็นจริง (ในสิ่งที่เปิดเผยได้)
     - เมื่อการสัมภาษณ์สิ้นสุดลง   เป็นธรรมดาครับ  ก็ต้องกล่าวขอบคุณที่ให้โอกาส แม้ว่าการสัมภาษณ์อาจจะไม่เป็นที่พอใจคุณเท่าใดนัก เช่น อาจตอบคำถามไม่ดี  หรือมีข้อผิดพลาด พยายามข่มใจไว้ ไหว้งาม ๆ แล้วเดินออกไป  อย่าลืมเก็บของเข้าที่ให้เรียบร้อย  เช่น โต๊ะ เก้าอี้ 
    - หนังสือขอบคุณสักฉบับก็ดี    เมื่อเขาให้โอกาสคุณแล้วอาจจะมีหนังสือขอบคุณที่ให้โอกาสเข้าพบ ถึงแม้ว่าจะพลาด หวังก็ตามซึ่ง จะสร้าง ความประทับใจทั้ง 2 ฝ่าย  อย่าลืมว่าโอกาสหน้ายังมีอีกที่เราอาจต้องมาสมัครที่นี่อีก  ถ้าคุณได้งานทำก็น่าดีใจและตั้งใจทำให้เต็มความสามารถ ที่สำคัญคือ น้ำใจ เอื้ออาทร  เสียสละ  แต่ถ้าพลาดหวังนั่นไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีความสามารถ เขาอาจอยากได้เราแต่มีคนที่เหมาะสมกว่า หรือ ความสามารถ ของเราไม่ตรงกับความต้องการของเขาก็ได้

เทคนิคการกรอกใบสมัครงาน ให้ได้ผล



ข้อผิดพลาดในการเขียนใบสมัครงาน
   เป็นที่น่าเสียดายว่า ในปัจจุบันผู้สมัครงาน จำนวนมากยังไม่ให้ความสำคัญในการเขียนใบสมัคร หรือไม่ปฏิบัติตามข้อแนะนำที่กำหนดไว้ในใบสมัคร ทำให้พลาดโอกาสสูญเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการสมัครงานไปโดยเปล่าประโยชน์ จึงขอกล่าวถึงข้อผิดพลาดในการกรอกใบสมัครงานที่ทำให้ผู้สมัครต้องพลาดโอกาส ที่จะได้รับการพิจารณาเข้าสัมภาษณ์หรือรับเข้าทำงาน ดังนี้

          1. ลายมือของผู้สมัครงาน
ลายมือของผู้สมัครงานสามารถบ่งบอกถึงหลายสิ่งหลายอย่างที่เกี่ยวกับผู้สมัคร งาน  เช่น  ความรักสวยรักงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ฯลฯ ซึ่งในข้อนี้บริษัทมิได้พิจารณาว่าลายมือของผู้สมัครงานสวยหรือไม่ แต่จะพิจารณาว่าลายมือของผู้สมัครงานนั้นคนทั่วไปสามารถอ่านออกหรือไม่  ข้อแนะนำสำหรับเรื่องลายมือในการกรอกใบสมัครก็คือ ลายมือไม่จำเป็นต้องสวย หรือ ตัวบรรจง แต่ ขอให้เขียนให้อ่านง่าย ๆ  เป็นระเบียบเว้นวรรคตอนให้ถูกต้องก็ใช้ได้ และที่สำคัญอย่าใช้เวลาในการกรอกใบสมัครนานเกินไป

          2. การกรอกข้อมูล ข้อผิดพลาดส่วนใหญ่ เกิดจาก

          - การกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่ใบสมัครกำหนด
          - การกรอกข้อมูลผิดพลาดจากจุดประสงค์ที่ใบสมัครต้องการทราบ
          - การกรอกข้อมูลหรือเขียนข้อความผิด ๆ หรือมีการแก้ไขมาก

          - กรณีการกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วนนั้น  โดยทั่วไปใบสมัครของบริษัทเกือบทุกแห่งมักมีข้อความที่ว่า"โปรดกรอกข้อความ ให้ครบถ้วน"  แต่ในบางครั้งผู้สมัครงานนั้นไม่มีข้อมูลที่จะให้ในข้อนั้น ๆ เช่นข้อมูลเกี่ยวกับสถานะทางทหาร ผู้สมัครงานที่เป็นสตรีก็คงไม่มีข้อมูลนี้ให้กรอก หรือสถานะทางครอบครัว เกี่ยวกับคู่สมรสซึ่งบางคนยังโสด เป็นต้น  วิธีการแก้ไขข้อผิดพลาดข้อนี้ก็คือข้อความใดในใบสมัครที่ผู้สมัครงานไม่มี ข้อมูลจะให้ก็ควรเขียนเครื่องหมาย (-) ไว้ในช่องว่างนั้น  เพื่อเป็นข้อบ่งชี้ให้เห็นว่าไม่ได้ ลืมเติม แต่ไม่มีข้อมูล ลักษณะนี้ก็เป็นการสื่อให้เห็นว่าผู้สมัครไม่ใช่คนประมาทเลินล่อและไม่มี เจตนาที่จะปกปิดข้อมูล

          - ขอย้ำว่าการกรอกข้อมูลในใบสมัครงานไม่ครบถ้วนนั้น  นอกจากผู้คัดเลือกจะเกิดทัศนคติที่ไม่ดีกับผู้สมัครแล้ว ยังทำให้ผู้สมัครงานพลาดโอกาสอีกด้วย เช่นข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการศึกษา ผู้สมัครมักกรอกข้อมูลเฉพาะการศึกษาในช่วงก่อนการเข้าทำงานเท่านั้น  แต่หารู้ไม่ว่าข้อมูลของการศึกษาใน เบื้องต้นก็มีส่วนทำให้ผู้สมัครงานมีโอกาสได้งานทำมากขึ้น เช่น  บังเอิญจบจากสถานศึกษาที่ผู้สัมภาษณ์หรือผู้คัดเลือกเคยศึกษามาก่อนก็จะทำ ให้รู้สึกว่าผู้สมัครงานรายนี้เป็นพรรคพวกหรือเกิดทัศนคติที่ดี ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เห็นผู้สมัครงานเลยก็ได้ แต่ถ้าผู้สมัครงานกรอกข้อมูลตกหล่นในส่วนที่เป็นสาระ สำคัญแล้ว โอกาสที่จะได้รับการพิจารณาก็แทบจะหมดไปเลย

          - กรณีการกรอกข้อมูลผิดพลาดจากวัตถุประสงค์ของใบสมัคร การผิดพลาดเช่นนี้เป็นการผิดพลาดที่ทำให้เกิดการสื่อสารผิดเพี้ยนจาก เจตนารมณ์ของผู้ต้องการข้อมูลและผู้ให้ข้อมูล บางครั้งก็ มองดูเป็นเรื่องตลกไป แต่บางครั้งก็ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้สมัครงานได้

          - ตัวอย่างเช่น ในใบสมัครมีข้อความให้กรอกเกี่ยวกับสถานที่เกิดของผู้สมัครงาน โดยเขียนว่า สถานที่เกิด…ผู้สมัครก็กรอกข้อมูลว่า"ที่บ้าน"หรือ"โรงพยาบาล" ซึ่งถ้าดูโดยผิวเผินก็น่าจะไม่มีอะไร ผิดพลาด แต่แท้ที่จริงแล้ว บริษัทนั้นต้องการทราบว่า"เกิดที่จังหวัดอะไร" ครั้นผู้พิจารณาคัดเลือกเขา เห็นผู้สมัครกรอกข้อความว่า"ที่บ้าน" หรือ"โรงพยาบาล" ก็เลยทำให้คิดไปว่าอีกหน่อยก็คงมีคนกรอก ข้อความว่า"บนทางด่วน" "บนรถแท็กซี่" หรือ"บนเครื่องบิน" เพราะมารดาของผู้สมัครงานเดินทาง ไปโรงพยาบาลไม่ทัน  บริษัทอาจมองว่าผู้สมัครงานนั้นไม่มีสามัญสำนึกและยิ่งผู้สมัครงานนั้นมีการ ศึกษาถึงระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโทแล้ว แต่ยังกรอกใบสมัครเช่นนั้นจะให้ผู้คัดเลือกหรือผู้สัมภาษณ์พิจารณาผู้สมัคร งานนั้นเป็นเช่นใด  เพราะข้อมูลเหล่านั้นไม่ได้เอื้อประโยชน์อะไรเลย

          - ตัวอย่างอีกแบบหนึ่งคือ การกรอกข้อมูลความรู้ความสามารถพิเศษผู้สมัครงานบางคนก็กรอก เล่นดนตรีไทย เป็นนักกีฬาฟุตบอล ขับรถยนต์ได้ เป็นต้น การกรอกข้อมูลในลักษณะนี้ก็คงไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อการทำงานเท่าใดนัก แต่ก็ไม่เกิดผลเสียหายต่อการพิจารณาของผู้คัดเลือกผู้สมัครงาน เช่นกัน ตัวอย่างเช่น ใบสมัครงานของผู้สมัครงานรายหนึ่งซึ่งจบนิติศาสตร์ เขากรอกข้อความในส่วนของความรู้ความสามารถพิเศษว่า พิมพ์ดีดได้ ใช้เครื่องโทรสารได้  การกรอกข้อมูล ลักษณะนี้แม้ว่าจะเป็นความจริง แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นความสามารถพิเศษที่จะนำมาอวดอ้างได้ ไม่สมกับภูมิความรู้ของผู้ที่ได้รับการศึกษามาขนาดนี้  เพราะการใช้เครื่องโทรสารนี้เด็กจบประถมศึกษาปีที่ 6 หากนายจ้างฝึกวิธีใช้เพียง 3 ครั้ง เขาก็ทำได้คล่องแคล่วแล้ว หากผู้สมัครงานที่มีคุณวุฒิการศึกษาสูง แต่เขียนความรู้ความสามารถพิเศษเช่นนี้ก็อาจถูกมองว่าเป็นคนที่ไม่สามารถแยก แยะว่าอะไรเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม หรือมีมาตรฐานในการทำงานที่ต่ำ ในทางตรงกันข้าม ถ้าผู้สมัครงานจบการศึกษาที่ต่ำ แต่สามารถใช้อุปกรณ์สำนักงานได้ถือว่ามีความสามารถพิเศษได้

          -แนวทางแก้ไขในเรื่องนี้ก็คือการกรอกข้อมูลในหัวข้อใดที่ผู้สมัคร งานอ่านแล้วไม่เข้าใจหรือไม่แน่ใจว่าต้องการให้กรอกข้อความว่าอย่างไร  ขอให้ผู้สมัครงานสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ในการรับสมัคร ขอให้พิจารณากรอกเฉพาะข้อมูลที่เห็นว่าสมกับภูมิความรู้ จะทำให้ดูเป็นผู้มีความฉลาดและ ไหวพริบ

          - การเขียนข้อความผิด ๆ กรณีนี้มองเป็นเรื่องเล็กๆ น้อย ๆ แต่ก็อาจก่อให้เกิดผลเสียที่ร้ายแรง และแสดงให้เห็นว่าผู้สมัครงานนั้นเป็นผู้ที่ขาดความละเอียดรอบคอบและยิ่งมี ข้อผิดพลาดที่ไม่ได้รับการแก้ไขก่อนส่งใบสมัครด้วยแล้ว ใบสมัครงานนั้นก็จะถูกคัดออกไปทันทีเพราะในทรรศนะของผู้คัดเลือกบุคคลเข้าทำ งานจะถือว่าใบสมัครงานคือตัวแทนของผู้สมัครงาน ถ้าผู้สมัครงานไม่สนใจและไม่เอาใจใส่ในการกรอกข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ก็เป็นเรื่องของผู้สมัครงานที่จะต้องรับผิดชอบเอง และคงไม่มีบริษัทใดให้โอกาสแก่ผู้สมัครงานได้กลับไปเขียนใบสมัครงานใหม่ เพราะบริษัทคงไม่ต้องการรับคนทำงานที่ทำงานบกพร่อง ผิดพลาดจนต้องแก้ไขบ่อยๆ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการทำงานของ เพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชา

           - วิธีป้องกันสำหรับข้อนี้ก็คือ ต้องหัดเขียนหนังสือให้ชัดเจน และอ่านข้อความให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนจึงค่อยคิดและกรอกใบสมัครงาน  ถ้าไม่แน่ใจให้ใช้ดินสอร่างก่อนและทบทวนอีกครั้งก่อนจะ เขียนด้วยปากกา การทำเช่นนี้จะช่วยให้สามารถลดข้อผิดพลาดลงได้บ้าง
      ที่มา : http://www.doe.go.th
ข้อระวังในการกรอกสมัครงาน
           บันไดขั้นแรก ๆ ที่จะนำไปสู่การมีงานทำก็คือใบสมัครงานนี่แหละ ถ้ารู้จักวิธีที่ถูกต้องในการกรอกใบสมัครงาน รวมทั้งให้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์มากที่สุด จะทำให้มีโอกาสมากในการผ่านการคัดเลือกในรอบแรก ได้เข้าไปสู่รอบต่อไป จนกระทั่งได้งานทำ  มีใบสมัครจำนวนไม่น้อยที่ถูกคัดออก เพราะไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณา ถ้าการไม่ผ่านเกณฑ์นี้เป็นเพราะขาดคุณสมบัติเหมาะสมก็เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ แต่ถ้าถูกคัดออกทั้ง ๆ ที่มีคุณสมบัติเหมะสม แต่การกรอกใบสมัครไม่ได้ให้รายละเอียดอย่างชัดเจนครบถ้วน หรือเป็นเพราะลายมืออ่านยากจนกระทั่งผู้ที่พิจารณาใบสมัครไม่เข้าใจ หรือแปลความผิด อย่างนี้น่าเสียดายมาก
เพื่อไม่ให้พลาดการพิจารณา  การกรอกใบสมัครงานจึงต้องให้ความสำคัญ และระมัดระวังในเรื่องต่อไปนี้

ลายมือ
          ถ้าเป็นการสมัครงานทางจดหมายคงหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้เพราะใช้พิมพ์ดีดหรือ คอมพิวเตอร์แทนลายมือได้ แต่สำหรับการกรอกใบสมัครงานด้วยลายมือ ไม่มีโอกาสเลี่ยงได้ ยกเว้นในบริษัทบางแห่งที่ให้กรอกใบสมัครโดยการป้อนข้อมูลในคอมพิวเตอร์
ข้อที่ต้องระวังในเรื่องลายมือ คือ
         - ต้องเขียนให้อ่านง่าย บางคนลายมือสวยแต่อ่านยาก เช่น  เขียนตัวหนังสือเล่นหาง  ดูผิวเผินรู้สึกว่าสวยแต่เมื่อตั้งใจอ่าน บางคำจะอ่านไม่ออก บางคนลายมือไม่สวยแต่อ่านได้ง่าย อย่างนี้ดีกว่าในการกรอกใบสมัคร
         - ตั้งใจเขียน คนที่ตั้งใจเขียนใบสมัครแสดงถึงความจริงจังในการมาสมัครงาน และแสดงว่าเป็นคนปราณีต                 มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการทำงาน
         - เวลากรอกใบสมัคร ไม่ต้องรีบจนเกินไป เนื่องจากการรีบเร่งทำให้เขียนผิด ต้องมีการขูดฆ่าขีดลบจึงทำให้ใบสมัครไม่เรียบร้อย ดูเป็นการไม่ตั้งใจในการสมัครงาน
ความละเอียดรอบคอบ

         การให้ข้อมูลที่ผิดพลาดในใบสมัครทำให้เสียโอกาสที่จะได้ทำงาน จึงต้องระมัดระวังทำความเข้าใจ
คำสั่งก่อน โดยทั่วไปเมื่อได้แบบฟอร์มมามักจะกรอกข้อมูลไปทันที ตั้งแต่ช่องแรกของหน้าแรก โดยไม่ได้ดูแบบฟอร์มนั้น ให้หมดเสียก่อน ใบสมัครบางแห่ง มีข้อความระบุไว้ในตอนต้นใบสมัครว่า  หากใช้ภาษาอังกฤษได้ขอให้เขียน       ด้วยภาษาอังกฤษแทน ก็มักพบเสมอว่ามีเขียนด้วยภาษาไทยไปก่อน  เมื่ออ่านเจอคำสั่งจึงขีดฆ่าภาษาไทยและเขียนภาษาอังกฤษแทน  ในช่องประวัติการศึกษา หรือประวัติการทำงาน  ก็เป็นอีกตอนหนึ่งซึ่งผู้สมัครที่ขาดความละเอียดในการทำความเข้าใจคำสั่งจะ ทำผิดเสมอ บางบริษัทกำหนดว่าให้เริ่มจากหลังสุดก่อน ถ้าเป็นการศึกษาก็คือเริ่มจากสถานศึกษาล่าสุดก่อน แล้วย้อนขึ้นไปตามลำดับจนกระทั่งถึงแห่งแรก บางบริษัทกำหนด ให้เริ่มจากแห่งแรกมาจนถึงปัจจุบันหรือล่าสุด เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จแล้วขอให้ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง แม้ว่าจะมีความผิดพลาดในการกรอกใบสมัคร แต่ถ้าตรวจดี ๆ  ก็จะพบและแก้ไขได้ก่อนที่จะส่งใบสมัคร
พยายามให้ข้อมูลให้มากที่สุด

        การสัมภาษณ์ เป็นโอกาสดีที่จะแสดงความสามารถหรือให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการพิจารณา ความเหมาะสมของผู้สมัคร แต่ก่อนที่จะมีการสัมภาษณ์ ใบสมัครจะเป็นด่านแรก หากให้ข้อมูลที่ไม่เพียงพอหรือไม่เสนอข้อมูลที่น่าสนใจ ด่านแรกก็คงจะผ่านไปไม่ได้  บางคนไม่ค่อยชอบเขียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่จบในด้านวิทยาศาสตร์ทั้งหลาย ดังนั้นใบสมัครจึงค่อนข้างว่าง ส่วนของช่องการศึกษาที่ให้กรอกข้อมูลว่าจบการศึกษา วุฒิอะไร และจบจากสถาบันไหน มีคนหนึ่งเขียนเพียงว่า ตรี สั้น ๆ  เพียงคำเดียวเท่านี้และไม่บอกชื่อสถาบันที่จบมา ด้วย                          
ผู้สมัครบางคน แม้ว่ามีคุณสมบัติบางข้อไม่ตรงตามกำหนดไว้ แต่ด้วยการจัดทำเอกสารประกอบ สมัคร       อย่างดี มีข้อมูลที่น่าสนใจ และมีความตั้งใจทำอย่างพิถีพิถัน ก็ทำให้ได้รับการพิจารณาเรียกมาสัมภาษณ์ ส่วนบางคนค่อนข้างแน่ใจว่ามีข้อดีจุดเด่นมากกว่าเพื่อน ๆ ร่วมรุ่น แต่กลับไม่ได้รับโอกาสเรียกไปสัมภาษณ์ หรือทดสอบ สาเหตุอาจจะมาจากข้อผิดพลาดในการกรอกใบสมัครก็เป็นได้
ข้อควรระวังต่อไปนี้ นอกจากพยายามหลีกเลี่ยงแล้ว ถ้าใช้ก็จะเป็นการสร้างโอกาสให้กับตัวเองอีกด้วย
บุคลิกภาพในวันสมัคร

        ความสำคัญของใบสมัครมิใช่อยู่ที่ข้อมูล เอกสารในใบสมัครงานเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงสิ่งที่ผู้สมัครทำในวันที่มากรอกใบสมัครด้วยดังนี้ การเอาใจใส่ในความสะอาดเรียบร้อยของตนเอง เป็นข้อที่ได้เปรียบในการสร้าง ความรู้สึกที่ดีของผู้พบเห็น

- การแต่งกาย

        แม้จะเป็นแค่การสมัคร แต่การแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย เหมาะสมกับกาลเทศะ ก็เป็นสิ่งสำคัญด้วย เนื่องจากการแต่งกายที่เสริมบุคลิกให้ดูดี และสอดคล้องกับงานที่จะทำ จะเป็นจุดเด่นที่เพิ่มโอกาสในการได้งานทำ
- อากัปกิริยา

         การแสดงออกของผู้สมัครตั้งแต่ปรากฏตัวจนยื่นใบสมัคร จะอยู่ในสายตาของเจ้าหน้าที่บุคคลโดยตลอดการแสดงความไม่สุภาพต่อเจ้าหน้าที่ บุคคล ทั้งด้วยคำพูดและกิริยาท่าทาง แม้ว่าผู้ที่รับสมัครจะไม่ได้เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกก็ตาม แต่ถ้าใบสมัครหายโดยเจตนา ก็หมดโอกาสเช่นกัน

- การพูดจา
          เรื่องการพูดนี้พิจารณาได้ทั้งประเด็น ความถูกต้องชัดเจนในการพูด และการพูดจาที่สุภาพไพเราะ
ความพร้อม

          คือพร้อมในสิ่งที่จำเป็นต้องใช้และสิ่งที่ต้องรู้ ผู้สมัครบางคนเอกสารหลักฐานไม่ครบ บางคนอุปกรณ์เครื่องเขียนที่จำเป็นก็ไม่ได้เตรียมมาจึงต้องรบกวนขอยืมจากผู้ รับสมัคร บางคนขอยืมแล้วลืมหรือตั้งใจนำไปเป็นของที่ระลึกก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ ทำความเดือดร้อนให้กับผู้รับสมัคร นอกจากต้องมีอย่างครบถ้วนแล้ว เอกสารก็ต้องอยู่ในสภาพที่ชัดเจนด้วย ในกรณีทีถ่ายสำเนามา
รูปถ่าย

          รูปถ่ายที่ชัดเจนและดูดีจึงเพิ่มโอกาสให้กับผู้สมัคร การเลือกรูปถ่ายที่จะเกิดผลดีในการสมัครงาน โดยพิจารณาดังนี้ 
- พิถีพิถันในการเลือกร้านถ่ายรูป
- ไม่ใช้รูปถ่ายขนาดเล็กเกินไป โดยทั่วไปคือรูปถ่าย ขนาด 2 นิ้ว
- ไม่ใช้รูปที่ถ่ายไว้นานมาก
- จัดทรงผม เครื่องแต่งกาย ให้รูปดูดี
                 
การใช้ภาษา

- ภาษาที่ดีในใบสมัคร คือ ภาษาที่สุภาพ และเป็นทางการถูกต้องตามแบบแผน - มีผู้สมัครบางคนใช้ถ้อยคำภาษาในลักษณะเขียนเล่นซึ่งไม่เหมาะสม นอกจากความสุภาพแล้ว การใช้ตัวย่อ - ก็ต้องระมัดระวังไม่ใช้ตัวย่อที่เป็นการเฉพาะ  ซึ่งคนทั่วไปไม่รู้จัก มีคนเล่าให้ฟังว่า มีผู้สมัครเขียนอย่างย่อในช่องสถาบันการศึกษาว่า ม.อ.
- เขาบอกว่าพยายามนึกชื่อ มหาวิทยาลัยทุกแห่ง นึกอย่างไรก็นึกไม่ออกว่าเป็นที่ไหน - สอบถามหลายคนจึงได้รู้ว่าเป็นตัวย่อของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ การใช้ภาษาอย่างถูกต้องเหมาะสม - เป็นการแสดงถึงความรู้และความสามารถในทางภาษาด้วย
ขายตัวเองให้เป็น

         การขายตัวเองให้เป็นคือ รู้จักแสดงความสามารถหรือจุดเด่นให้เป็นที่สนใจของผู้อื่น  มีการกรอกข้อความในช่องกิจกรรม ถ้ากรอกข้อความแต่เพียงว่าเข้าร่วมกิจกรรมในชมรมใดชมรมหนึ่ง กับการระบุตำแหน่งในชมรม เช่น เป็นประธานหรือเลขา เป็นต้น การระบุตำแหน่งจะมีความน่าสนใจมากกว่า ใบสมัครหลายแห่งจะมีที่ว่างในตอนท้ายก่อนถึงช่องให้เซ็นชื่อ ไว้สำหรับให้ผู้สมัครเขียนสิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาปรากฏว่า ผู้สมัครจำนวนมากเว้นที่ว่างนี้ไว้ โดยอาจจะตั้งใจให้ผู้พิจารณาได้พักสายตาก็เป็นได้ ซึ่งนับว่าน่าเสียดาย เพราะหากจะหาโอกาสขายตัวเองให้ได้ ในช่วงท้ายนี้จะมีประโยชน์ไม่น้อย  ความตั้งใจในการกรอกใบสมัคร และรู้จักทำให้ใบสมัครมีความน่าสนใจ เป็นการสร้างโอกาสที่เหนือกว่าคนอื่น  จึงไม่ควรมองข้ามความสำคัญของใบสมัครงาน กรอกใบสมัครงานอย่างดีเพื่อที่จะไม่ต้องกรอกใบสมัครงานหลายครั้ง

ที่มา : http://www.saf.mut.ac.th/Pages/work/sara.6.htm

วันนี้จะมา เทคนิคการ สมัครงาน แบบอาชีพ

สำหรับนักศึกษาที่จบการศึกษาใหม่แต่ละปี มักจะประสบปัญหาเดียวกับกับหางาน การสัมครงาน วันนี้ผลเลยอยากจะมาเล่าให้ฟัง เดียวกับ เทคนิคการ สมัครงาน แบบอาชีพ ซึ่งบทความนี้ผมเจอจากเว็บไซต์หนึ่ง ซึ่งอ่านดูแล้วถือว่ามีประโยชน์เลยทีเดียวครับ เลยอยากจะนำมาให้น้องๆ ที่เพิ่งจบการศึกษา หรือคนที่หางานใหม่ได้อ่านกันครับ ลองอ่านกันดูนะครับน่าจะมีโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่ มักจะรับคนที่มีประสบการณ์ที่เข้ามาร่วมงาน มากกว่าจะรับนักศึกษาใหม่ที่ขาดประสบการณ์ ดังนั้น สิ่งที่นักศึกษาเพิ่งจบใหม่ควรทำ เมื่อจะไปสมัครงานตามบริษัทต่างๆ เพื่อให้ผู้ว่าจ้างพิจารณารับเข้าทำงาน มีข้อควรจำ ดังนี้ ในวันที่ไปสมัครงานไม่ควรแต่งกายด้วยชุดนักศึกษา แต่ควรแต่งกายด้วยเสื้อผ้าของคนทำงานเพื่อให้เราดูเป็นผู้ใหญ่ และ ดูน่าเชื่อถือ ควรจัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการสมัครงานให้พร้อม เช่น ปากกา ดินสอ ยางลบ กรรไกร ที่เย็บกระดาษ เพื่อให้นายจ้างรู้ว่าเรามีความรอบคอบ แม้ในเรื่องที่เล็กน้อย ควรนำเอกสารการสมัครงาน เช่น รูปถ่าย สำเนาบัตรประชาชน สำเนาวุฒิการศึกษา สำเนาทะเบียนบ้านไปให้พร้อม ควรเตรียมจัดเป็นชุดไว้เลย เพื่อความสะดวกในการหยิบ ก่อนไปสมัครงาน ควรฝึกเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตการทำงานสมัยใหม่ให้คล่องพอตัว เช่น การใช้งานคอมพิวเตอร์เบื้องต้น การใช้งานอินเตอร์เนท การรับส่งอีเมลล์ เพราะเป็นสิ่งที่บริษัทส่วนใหญ่ในปัจจุบันต้องการจากพนักงาน ควรมีความรู้ในการใช้อุปกรณ์สำนักงานพื้นฐานเช่น เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องพริ้นเตอร์ เครื่องแฟกซ์ ก่อนไปสมัครงาน อุปกรณ์พวกนี้ใช้ไม่ยาก เราอาจขอเรียนรู้จากบริษัทที่ถ่ายเอกสาร แค่ดูๆ และ ถามเพื่อให้ทราบบ้าง ไม่จำเป็นต้องใช้คล่อง เพียงแต่ให้รู้บ้าง ก็นับว่าเราได้เปรียบในเรื่องนี้แล้ว ทำตัวให้ผู้ว่าจ้างเห็นถึงความมุ่งมั่น และ ความมั่นใจ ว่าเราต้องการเข้ามาทำงานกับบริษัทนี้ เป็นอย่างมาก ไม่มีใครอยากได้พนักงานที่เรื่อยเฉื่อย หรือ ไม่แสดงความกระตือรือร้น เพราะฉนั้น ถ้าอยากได้งาน ก็อย่าแสดงอาการไม่สนใจ หรือ เฉยเมยจนเกินไป อย่าทำตัวให้มีปัญหาในเรื่องเงื่อนไขต่างๆ เช่น มีข้อต่อรองในเรื่อง เงินเดือน วันหยุด หน้าที่ความรับผิดชอบ สถานที่ทำงาน การทำงานล่วงเวลา รวมถึงการเดินทาง เพราะเรายังขาดประสบการณ์ในการทำงาน ดังนั้นจึงไม่ควรมีปัญหาในเรื่องเหล่านี้กับบริษัท เพราะ ทางที่ดีเราควรหาความรู้ตั่งแต่ก่อนมาสัมภาษณ์ ถ้าเราไม่สะดวกในเรื่องใด เราก็ควรไม่รับนัดสัมภาษณ์ตั่งแต่แรก เพื่อเป็นการไม่ทำให้บริษัทเขาเสียเวลาในการสัมภาษณ์เราด้วย เป็นต้น ฝึกอ่านคำศัพท์ที่ต้องใช้ในการสมัครงานให้คล่อง เพื่อให้เราสามารถกรอกใบสมัครงานที่เป็นภาษาอังกฤษได้ และ จุดนี้อาจทำให้นายจ้างเห็นว่า เรามีความสามารถที่จะทำงานในตำแหน่งที่เขาเปิดรับสมัครได้นั่นเอง ดังนั้นหากเรารู้ตัว่าจุดด้อยของเรา คือไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะหาจุดเด่นอื่นที่สำคัญต่อการสมัครงานมารองรับ เพื่อให้บริษัทยอมรับเราเข้าทำงาน การเข้าไปสัมภาษณ์งานของมือใหม่ส่วนใหญ่ ไม่ตื่นตกใจ จนทำอะไรไม่ถูก ส่วนใหญ่ก็มักจะไม่รู้จักประเด็นที่ตัวเองต้องการนำเสนอ ทำให้เวลาถูกสัมภาษณ์ตอบคำถามไม่ตรงประเด็น หรือ ตอบคำถามแบบไม่ถูกคำถาม ดังนั้น ผู้หางานมือใหม่ ควรฝึกทดสอบการถามตอบ จากผู้เชี่ยวชาญ หรือ จากเพื่อนที่ไว้ใจได้ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม และ พยายามตั้งสติให้ดี ในการตอบ อย่าเข้าไปสัมภาษณ์เพียงเพื่อให้เราได้สัมภาษณ์ ทุกการสัมภาษณ์ ผู้สัมภาษณ์มือใหม่ต้องทำการบ้านมาให้ดี หาข้อมูลบริษัท และ ตำแหน่งงานว่า เหตใดบริษัทนี้จึงน่าสนใจ มีจุดใดที่เราอยากทำงาน และ แสดงความกระตือรือร้นให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่า เราต้องการทำงานที่นี้ มากกว่าจะให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่า เราก็แค่เด็กจบใหม่ ทำงานที่ไหนก็ได้ หรือ อาการแสดงความไม่ยี่หระ หรือ ไม่สนใจในตำแหน่งงาน หรือ ในตัวบริษัทที่เราไปสัมภาษณ์ ที่มา: http://blog.eduzones.com/tasmit/9685